2005/Sep/16

พรีเซนต์งานให้จังหวัดดูแล้วเมื่อวาน

รู้สึกว่าเค้ามีปัญหากับหน่วยงานตัวเองอะ

ยังสรุปไม่ได้ว่าตัวเค้าจะเอายังไง กำ

แต่ก็ทำเท่าที่เราทำได้ให้ดีที่สุดแหละ

งง มั้ย 555

มาเข้าเรื่องเลย หมายังเปื่อยอยู่เหมือนเดิม

บอกว่าวันเสาร์เย็นจะไปหาหมอใหม่

ยังไม่ไปตอนนี้เพราะเสาร์เช้ามีไปสอนเด็ก

เมื่อวานตีปังเพลิน ไอ่หมารอกินข้าว งอนเลย

ง่า งอนนานเลย หมาเด๋ว ๆ ก็ปวดท้อง เด๋วก็ปวดฟัน

ไมเป็นอะไรเยอะจังห๊า หมาน้อย พอหมาเปื่อย เลยงอนใหญ่

วันเสาร์ จับไปส่งโรงหมอและ ใหหมอเค้าดูว่าเป็นไรกันแน่

กินซาร่าไปสองแผงแล้วง่า น่าฉงฉาน

มะกี้โทรไปหาหมามา ยังไม่ได้กินข้าวเลย

เอาอีกและ บอกว่าจะไปซื้อข้าวมาต้มกินกะน้ำปลา

เด๋วตีตายเลย ไอ่นี่ เลยบอกให้ไปซื้อหมูหยองมากินด้วย

แล้วก็กินยาด้วย แหม๊ จะกินข้าวต้มกะน้ำปลา

กินข้าวตัมมากี่วันแล้วนิ ไม่เบื่อเหรอ ไม่มีสารอาหารอะไรเลย

ต้องสั่งให้กินนม หาน้ำผลไม้มากินมั่ง กินอะไรไปมั่ง

เด๋วก็ไม่มีแรงกันพอดีน้า ไอ่หมา

2005/Sep/15

เมื่อวานนั่งทำงานอยู่บ่ายสามกว่า ๆ

ไอ่หมาโทรมาบอกให้กลับได้แล้ว ฝนเบาแล้ว

เดี๋ยวกลับหอไม่ได้ แล้วหมาไม่ได้มารับด้วย

กำ ยังไม่เลิกงานเลยนะไอ่หมา จะกลับได้ไงหล่ะ

พอกลับไป ไอ่หมานอนซม ไข้ขึ้น ตัวร้อนจี๋เลย

เลยหาอะไรให้กิน หมาไม่ยอมกินข้าวเลยทั้งวัน

กินไปแค่ห้าคำแล้วไม่กิน ก็ไม่โทรมาบอกว่ากินไม่ได้

ไอ่หมาน่าตีนัก เลยต้มโจ๊กให้กิน แล้วก็กินยา

กลายเป็นหมาเน่าไปเลย ถ้าไม่ไปดูก็ไม่รู้เลยว่าไม่ยอมกินข้าว

นอนเน่าอยู่ได้ทั้งวัน ไม่อาบน้ำด้วย เลยต้องเช็ดหน้า เช็ดตัวนิดหน่อย

ไม่งั้นเหม็ดบูดหมาแน่ ๆ แถมวันนี้มีสอบอีก อ่านหนังสือเยอะ ๆ น้า

ขอให้ทำได้น้าหมาน้อย สู้ ๆ

2005/Sep/14

ฉันขออุทิศหน้านี้ให้กับความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีให้เพื่อนคนนึง

คนที่ถึงแม้ว่าเราจะเป็นเพื่อนกันในช่วงเวลาสั้น ๆ

ฉันก็รู้สึกดีที่ได้เป็นเพื่อนกับเธอ (ไม่นับช่วงเวลาที่เธอทำให้ฉันรู้สึกแย่นะ)

ฉันรู้ เรื่องนี้มันไม่มีใครผิด ทั้งเธอและฉัน

มันก็แค่ ฉันไม่อยากที่จะรู้สึกแย่ ๆ กับเรื่องของเธออีกต่อไป

ฉันจึงพยายามตัดมันออกจากสมอง

แม้มันจะทำไม่ได้ทั้งหมดก็เหอะนะ

ฉันยังจำช่วงเวลาดี ๆ ของเธอได้

จำได้ว่าเธอเป็นคนรักสัตว์

และมักจะเก็บอาหารมาเลี้ยงหมาน้อยที่อยู่หลังตึก

ถึงแม้จะแอบ ๆ เอามาให้กิน พาไอ้ขาวไปหาหมอ

เพราะมันโดนรถทับขาหัก

หรืออีกหลาย ๆ เรื่องน่ะ

ในขณะเดียวกันฉันก็จำได้ว่าเธอทำเรื่องอะไรบ้าง

อยู่ ๆ เธอไม่มาทำงาน ฉันเข้าใจว่าเธอไม่สบาย

โทรไปหาเพราะความเป็นห่วงว่าจะเป็นอะไรมากมั้ย

(ก่อนหน้านี้เธอเคยว่าว่าไม่มีคนสนใจเธอ

เวลาที่หยุดงานเพราะไม่สบาย)

แต่เธอปิดโทรศัพท์ ในที่สุด วันรุ่งขึ้นเธอก็มา

เธอบอกฉันไม่ให้โกรธเธอ พร้อมกับบอกว่า

ไปค้างบ้านเพื่อน ที่รู้จักกันแค่วันเดียวมา

ฉันโคตรโกรธ ในวันทำงาน เธอไม่มาเพราะเหตุนี้เหรอ

แต่ก็เก็บความรู้สึกไว้ เพราะเห็นว่าเราเพิ่งสนิทกัน ฉันอาจรู้จักเธอน้อยไป

หลังจากนั้นอีกหลาย ๆ ครั้ง

ที่เธอทำอะไรไว้กับฉันหรือเพื่อนคนอื่น ๆ

ฉันไม่เคยว่า เพราะเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่

หลาย ๆ ครั้งที่เธอขอให้ฉันทำอะไรอย่างที่ฉันไม่อยากจะทำ

แรก ๆ ฉันยอม เพราะเห็นว่า เพื่อนกัน ยังไงก็ช่วยกันได้

แต่หลัง ๆ มา ฉันเริ่มไม่ไหว บางครั้งปฏิเสธไป แต่เธอก็ตื้อให้ฉันทำให้ได้

ครั้งนึง ที่อยู่ ๆ เธอก็เข้าโรงพยาบาล

ตอนนั้นฉันเพิ่งรู้มาจากตูน เพราะตูนมาหา

และบอกว่าเธอเข้าโรงพยาบาลไปเช็คสมองที่เคยรถล้ม

เธอเข้ารพ. โดยไม่มีบัตรประชาชน เรียกว่าไม่มีบัตรแสดงตนซักใบจะถูกกว่า

ไม่มีบัตรอะไรเลย เธอขี่รถไปเอง แต่ไม่มีใบขับขี่ บัตรประชาชนก็หายยังไม่ได้ทำใหม่

แต่รพ.นี่ก็แปลกให้เธอแอดมิทเข้าไปนอนได้ซะงั้น

ตูนบอกว่าเราต้องไปที่รพ.ก่อน เพื่อเอากุญแจห้อง

แล้วเอากุญแจห้องกลับมาที่หอ เพื่อเอาใบกรมธรรม์ประกันชีวิตไปให้เธอที่รพ.

เธอบอกว่ารพ.ให้ใช้แทนบัตรประชาชนได้

ฉันนั่งรถกลับไปกลับมาระหว่างหอกับรพ.

พอเอาของให้เธอก็คุยกัน เธอไม่เป็นอะไรมาก

อาจเป็นเพราะเธอทำงานหนักนอนดึกเลยปวดหัว

ฉันไม่ได้นอนเฝ้า เพราะวันรุ่งขึ้นฉันต้องทำงานแต่เช้า

แล้วฉันก็อุ่นใจว่าแฟนเธอมานอนเฝ้าเธอแล้ว

นั่งคุยกันซักพักฉันก็กลับ

กลัวดึกแล้วไม่มีรถกลับ แต่ก่อนกลับแวะมาหาอะไรกินก่อน

เพราะตั้งแต่เที่ยงยังไม่ได้กินข้าวเลย

พอจะกลับจริง ๆ รถหมดแล้ว

ฉันกับตูนเลยยืนรอรถอย่างอื่นที่พอจะไปลงปากทางได้

แต่เหลือบไปเห็นรถน้องที่ทำงานเข้ามาเยี่ยม

ฉันเลยขอติดรถน้องกลับ โดยขึ้นไปนั่งที่ห้องเธออีกพัก

พอจะกลับ เธอบอกให้ฉันกับตูนแวะไปหอเธอเพื่อเอาอาหารเลี้ยงหนู

สัตว์เลี้ยงของเธอให้หน่อย เธอกลัวว่ามันจะตาย

แต่ตอนนั้นมันจะสามทุ่มแล้วหล่ะ

แล้วก็ไม่ถนัดขี่รถดึก ๆ ซะด้วย

ตูนบอกว่าเดี๋ยวแวะเอาไปให้พรุ่งนี้เช้าละกัน

แต่เธอทำท่าจะไม่ยอม บอกว่ากลัวหนูตาย

ให้น้องที่มาเยี่ยมขับแวะไปหอเอาหารให้หนูเธอก่อนละกันนะ

ตูนเลยบอกว่า แกน่ะ ห่วงหนูนะ ไม่เห็นห่วงเพื่อนเลย

เธอเลยเงียบ ๆ ไม่ว่าอะไร

พอรุ่งขึ้น ฉันเอาอาหารไปให้หนูเธอ

แล้วโทรไปหา เพราะเธอบอกฉันว่าจะให้ฉันไปรับตอนออกจากรพ.

แต่ก่อนหน้านั้นเธอพูดเปรย ๆ ว่าอาจจะอยู่ต่ออีกสองสามวัน

เพราะจะได้ตังค์ค่าประกัน ฉันก็ถามว่าทำไมไม่กลับบ้านหล่ะ

เดี๋ยวแม่ก็เป็นห่วงหรอก เพราะมันช่วงสงกรานต์ด้วย

เธอบอกว่า ไม่เป็นไรหรอกกลับบ้านไม่ได้ตังค์ อยู่นี่ได้ตังค์

อืมมนะ แล้วถามฉันว่าให้อาหารหนูรึยัง ฉันบอกว่าให้แล้ว

เธอถามต่อว่าให้เยอะมั้ย ฉันบอกว่าให้เยอะเลย

เธอโวยวายว่าฉันใหญ่ บอกให้เยอะเกินไปเดี๋ยวหนูก็กินจนตายหรอก

ฉันโมโหเลยบอกว่า ถ้าฉันไม่ให้แล้วแกจะกลับไปให้เหรอ

ฉันไม่เข้าใจ ไม่ทำให้เธอก็ว่าทำให้ก็ว่า

ฉันเป็นเพื่อนเธอไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ขี้ข้านะ

ทำไมต้องมารองรับอารมณ์อะไรที่ไร้สาระด้วยเนี่ยะ

แต่ก็คิดว่า เอาว่ะ เพื่อนไม่สบาย ยังไงก็ช่วยเท่าที่ทำได้ละกัน

พอครั้งสุดท้ายที่ทำงานมีงานใหญ่

ทุกคนต้องมาช่วยกัน ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ใช่คนภายใน

แต่ฉันก็มาช่วยมาเข้าประชุม โทรเรียกเธอมาให้เข้าประชุม

เธอไม่รับโทรศัพท์ฉัน ทั้ง ๆ ที่ฉันรู้ว่าเธอก็อยู่

ฉันเลยให้เพื่อนเรียกให้เพราะฉันต้องประชุม

แล้วเธอก็มา มานั่งฟังแบบไม่สนใจ

ฉันก็พอเข้าใจว่าเธอเป็นอย่างงี้แหละ ถ้าไม่ใช่เรื่องของตัวเองก็ไม่สน

เธอชอบบอกว่าไม่ใช่คนภายใน(ประมารว่าเธอจะไม่มาช่วย)

แต่มันเป็นงานที่คนที่ทำงานมาช่วยทุกคน

ฉันก็สถานะเดียวกันกับเธอ แต่ฉันก็มา

เพราะคนที่ทำงานไม่พอจริง ๆ

หลังจากนั้น เธอมาถามฉันว่าวันงานต้องมาเซ็นชื่อทำงานไหม

เธอบอกว่าเห็นว่าไม่ต้องเซ็น ฉันเอ๊ะใจแต่ไม่คิดอะไรมาก

เธอบอกฉันว่าถ้าว่าง ๆ จะมาช่วยงาน

แล้วเย็นวันนั้น เธอเจอเพื่อนฉันกำลังถือเสื้อเดินมา(ของแจกสำหรับคนที่ลงชื่อช่วยงาน)

เธอบอกว่า มาทำก็ไม่ได้เสื้อยังงี้ไม่ทำดีกว่า

ฉันอึ้ง!! ไม่คิดว่าคำ ๆ นี้จะได้ยินจากปากเพื่อน ไม่รู้เธอพูดเล่นหรือจริง

ถ้าเธออยากได้เสื้อ ทำไมไม่ลงชื่อช่วยงานหล่ะ

พอวันงานที่ทำงานนัดกันเจ็ดโมงเช้า

ฉันมาช่วยงาน ไม่เห็นเธอ พอถึงเวลาเบรค

เธอมาจะมาคุยกับหัวหน้างานบอกว่าเธอได้งานใหม่

วันนั้นเธอเรียกฉันไปคุยข้างนอก

แต่ฉันไม่ไป ฉันคิดว่า ทำไมหล่ะ จะคุยก็คุยตรงนี้ได้

ไม่เห็นจะมีอะไรต้องปิดบัง แล้วตอนนั้น ฉันกำลังช่วยงานอยู่

ไม่ว่างพอที่จะเดินออกไปคุย ประกอบกับเคือง ๆ ที่กว่าเธอจะเสด็จมาก็เบรกแล้ว

ฉันเลยไม่ได้คุยกับเธอทั้งวันนั้น และเธอก็ไม่มาช่วยงานวันนั้น

วันต่อมาฉันเห็นเธอเซ็นชื่อก่อนฉัน

แสดงว่าเธอมาทำงานแล้ว ฉันคิดว่าเธอคงไปช่วยงาน

แต่พอมาถึงงาน ไม่มีเธอ อืมมม! ฉันคงเข้าใจผิดอะไรไป

แล้ววันสุดท้ายของงาน เธอไม่มาทำงาน ฉันเอ๊ะใจ ทำไมไม่มาทำงาน

ในที่สุดความจริงก็เปิดเผย

หลังจากวันงาน เธอมาทำงาน

และบอกฉันว่าเธอไปเที่ยวเกาะช้างมากะแฟน

ตั้งแต่เช้าของงานวันที่สอง

แสดงว่าที่ฉันเห็นเธอเซ็นชื่อว่าเธอมาทำงาน

นี่แปลว่าเธอเซ็นชื่อไว้แล้วเธอก็ออกไปเที่ยวเลย

จะให้ฉันรู้สึกยังไงดีหล่ะ

ดีใจกับเธอที่เธอไปเที่ยวขณะที่ฉันกับคนที่ทำงานทำงานกันทุกวัน

อืมม ยังไงหล่ะ ฉันก็ยังเก็บความรู้สึกเอาไว้อีก

จากนั้นเธอออกจากงานทั้ง ๆ ที่งานยังไม่เสร็จ

เธออาจจะคิดว่ามันเสร็จน่ะ แต่มันไม่เสร็จ ยังเหลือเวลาของโครงการอีกสองเดือน

ตอนแรกฉันคิดว่าฉันกับตูนต้องทำต่อ

ฉันไม่อยากทำหรอก พูดตรง ๆ เพราะฉันก็มีงานหลักของฉันอยู่แล้ว

ประกอบกับไม่อยากทำงานต่อใคร เพราะต้องเสียเวลาศึกษาโปรแกรมอีก

แต่ในที่สุด อาจารย์ไม่ได้ให้ฉันรับงานนั้น

แต่ให้น้องอีกคนที่เธอเสนอชื่อมาทำต่อ ซึ่งตอนที่เธอพรีเซนต์

เธอบอกว่าทำเสร็จหมดไม่มีอะไรต้องแก้แล้ว

แต่วันเดียวที่เธอออกจากงานไป

น้องคนนั้นได้ถูกเรียกให้แก้บัคหกจุดในวันเดียว

ตูนถามน้องว่า เธอได้โทรมาถามอะไรเรื่องงานมั่งไหม

น้องบอกว่า ไม่โทรมาเลย ผมก็ไม่อยากจะยุ่งด้วยแหละ ถ้าแก้ได้ก็แก้ไป

ตอนนี้ได้แต่สงสารน้องที่มาทำงานต่อจากเธอ

ฉันมันเป็นคนแบบนี้แหละ ถ้ายอมได้ ก็จะยอมทุกอย่าง

เพื่อนอยากให้ช่วยอะไรถ้าเห็นว่ามันไม่เหนือบ่ากว่าแรงก็จะทำ

ฉันเป็นคนไม่ชอบทะเลาะกับใครน่ะ

ซึ่งบางทีมันอาจเป็นข้อเสียของฉันก็ได้

ที่ยอมจนเกินไป เลยเหมือนกับว่าไม่ว่าเธอจะทำอะไร

ฉันก็ไม่ค่อยว่าเธอเลย แต่ฉันจะเก็บทุกอย่างเอาไว้

เรื่องของเธอมันมีเยอะกว่านี้เยอะเลยหล่ะ

เยอะจนวันนี้คงเขียนไม่จบ

นี่ฉันเขียนเฉพาะที่ฉันเจอกับตัวก็ยังไม่หมด

ยังไม่รวมของคนอื่นที่เธอเคยไปทำอะไรกับเค้าไว้อีกนะ

คนเราน่ะ เจ็บแล้วต้องจำ

แล้วฉันเป็นคนที่จำแม่นซะด้วย

ถึงแม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาฉันจะยอม ๆ

แต่บางครั้งเธอก็ไม่รู้จักคำว่าเหมาะสมน่ะ

จริง ๆ ฉันไม่ได้อยากนำเรื่องนี้มาเปิดเผยอะไรหรอกนะ

แต่ฉันอยากเขียนเก็บไว้อ่าน

จะได้เตือนใจตัวฉันเอง ว่าเจ็บแล้วต้องจำ

แล้วถ้าเธอบังเอิญได้เข้ามาอ่าน

ฉันอยากให้เธอรู้ไว้ว่า

ความเป็นเพื่อนน่ะ มันสร้างง่าย แต่รักษายากน่ะ

ความรู้สึกของเพื่อนมันเหมือนกับแก้ว

สำหรับฉันถ้าแก้วมันร้าวไปนิดหน่อย

ฉันยังพอใช้แก้วนั้นกินน้ำได้

แต่ถ้ามันร้าวมาก ๆ แล้ว มันก็คงต้องทิ้งไป

เพราะถึงเธอจะเอากาวมาประสานยังไง

มันก็ไม่มีวันกลับมาเป็นแก้วเหมือนเดิมได้หรอก

ฉันอยากให้เธอมีชีวิตที่ดี

อยากให้เธอรู้จักเรียนรู้ถึงความเหมาะสม

ความเกรงใจคนอื่น ถึงแม้เค้าจะเป็นเพื่อนที่สนิทมากแค่ไหนก็ตาม


edit @ 2005/09/14 11:50:00